เทคนิคการจัดรายการวิทยุ

เทคนิคการจัดรายการวิทยุ

นักจัดรายการวิทยุหรือดีเจ ย่อมาจาก Disc Jockey หมายถึง ผู้จัดรายการเพลงนำเสนอเนื้อหารายการทางสถานีวิทยุเพื่อให้ความรู้ สาระและความบันเทิงแก่ผู้ฟัง ดำเนินรายการตามรูปแบบและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ เช่นโดยการอ่านสคริป การพูดคุย การสัมภาษณ์บุคคล การตอบปัญหาทางโทรศัพท์ ทางจดหมายหรือวิธีการอื่นๆ โดยควบคุมการนำเสนอเนื้อหารายการต่างๆภายในเวลาที่กำหนดไว้ ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ผลิตรายการ ผู้เขียนบทวิทยุ เพื่อให้การดำเนินรายการเป็นไปตามรูปแบบอย่างถูกต้อง ศึกษา ค้นคว้าข้อมูลและติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับรายการให้ทันโลกทันสถานการณ์  แก้ปัญหาเฉพาะหน้าขณะออกอากาศ โฆษณาสินค้าหรือบริการแทรกรายละเอียดสินค้าในรายการ หรือจัดเตรียมเสียงหรือเพลงประกอบหรืออุปกรณ์อื่นเพื่อใช้ในการดำเนินรายการ ในฐานะผู้จัดรายการนั้น ทุกคนควรพึงระมัดระวังไว้เสมอว่า ตนเองมีหน้าที่ถ่ายทอดบทที่เห็นหรือความรู้สึกนึกคิดที่มีอยู่ไปถึงผู้ฟัง ด้วยน้ำเสียงของตัวเอง หรืออาจเรียกตัวเองว่า “คนหลังไมค์” ก็ไม่ผิด การได้ทราบว่างานที่จะพูด หรืออ่านเพื่อกระจายเสียงออกไปนั้นมีจุดประสงค์อย่างไร ย่อมจะเป็น ผลดีต่อผู้ประกาศว่า ควรจะถ่ายทอดบทที่เห็นอยู่ตรงหน้าไปถึงผู้ฟังได้อย่างนั้น เสน่ห์ของวิทยุกระจายเสียงคือ ทำให้ผู้ฟังจินตนาการตามเสียงการรับฟัง เสียงสามารถซอกซอนเข้าไปทุกที่ซึ่งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์เข้าไปไม่ถึง วิทยุกระจายเสียงจึงเข้าไปได้ทุกหนทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นทุ่งนา ป่าเขา ในถ้ำ บนดอย ตึกสูง หรือแม้แต่ในคุก ในตะราง ในห้องนอน การจัดรายการวิทยุ ก็เหมือนการปรุงอาหารให้คนกิน ต้องมีศิลปะ เรียกว่าเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ มีเทคนิคการปรุงให้คนฟังติดอกติดใจต้องมีความหลากหลาย เหมือนอาหารต้องมีแกง มีต้ม มีผัด มีทอด มีผัก มีน้ำพริก เพราะผู้ฟังมีหลายกลุ่มคนที่ชอบก็มีรสนิยมที่แตกต่างกันออกไป เราจะทำอย่างไรจึงจะครองใจคนจำนวนมากๆ ได้ หรือสามารถสะกดคนให้ลุ่มหลงในตัวเรา นั่นเป็นคำถามที่นักจัดรายการทุกคนต้องค้นหาคำตอบ

ประเภทของรายการวิทยุ

  1. ข่าวสาร คือ รายการที่มุ่งบอกกล่าวหรือประกาศให้ผู้ฟังรู้ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร เพื่อให้ผู้ฟังติดตามเหตุการณ์และทราบความเคลื่อนไหวที่เป็นประโยชน์ต่อที่ชีวิตประจำวัน ข่าววิทยุ ต้องเป็นข่าวที่มีความรวดเร็ว และเสนอได้ตลอดทั้งวันเป็นการเสนอเหตุการณ์โดยตรงแก่ผู้ฟัง และยังเสนอเฉพาะส่วนสำคัญของข่าว หัวข้อข่าวที่สำคัญ เสนอซ้ำได้ตลอดทั้งวัน
  2. ความรู้ คือรายการที่มุ่งเน้นในวิชาความรู้ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม อาชีพ การดำเนินชีวิต และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ
  3. ความบันเทิง คือรายการที่มุ่งสร้างความรื่นเริงบันเทิงใจ คลายความเครียด ไม่เน้นสาระทางวิชาการ แต่จะมุ่งนำเสนอให้ผู้ฟังเกิดความสบายใจ
  4. บริการสาธารณะ คือ รายการที่สถานีจัดขึ้นเป็นการให้บริการสาธารณชนโดยไม่มีค่าตอบแทน และมุ่งบริการความรู้ สาระทั่วไป นำเสนอข่าวสารประจำวันที่เกี่ยวข้องกับสังคมโดยรวม

หน้าที่ของผู้จัดรายการวิทยุ

  1. เพื่อการบอกกล่าว คือความพยายามที่จะรายงาน ถ่ายทอดสิ่งที่ได้พบเห็นออกไปถึงผู้รับอย่างตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือนเหมือนสื่อวิทยุ โทรทัศน์บางช่องอย่างเช่นทุกวันนี้
  2. เพื่อการโน้มน้าวใจ คือความพยายามที่จะทำให้ผู้รับฟังมีความเห็นคล้อยตามหรือโต้แย้งในประเด็นที่นำเสนอ อย่างเช่นการโฆษณาสินค้าประเภทต่างๆ
  3. เพื่อให้ความรู้ คือความพยายามที่จะทำให้ผู้ฟังได้รับทราบรายละเอียดเรื่องราวต่างๆที่เรานำเสนอหรือกระจายเสียงออกไป
  4. เพื่อให้ความบันเทิง คือความพยายามที่จะทำให้ผู้รับฟังเกิดความพึงพอใจ มีความสุข ผู้จัดการรายการสามารถปรับการจัดรายการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาได้
การอ่านข่าว

เป็นการอ่านที่ถูกต้อง ชัดเจน มีความหนักแน่น ซึ่งหมายถึง ความน่าเชื่อถือของผู้อ่าน ผู้อ่านเพียงทำหน้าที่บอกกล่าวเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแสดงอารมณ์ลงไปในข่าว ความหนักแน่นควรก่อตัวจากความรู้สึก ความเชื่อมั่นในข้อความของข่าวที่จะอ่าน พึงระลึกไว้ว่า ความถูกต้องคือ หัวใจของการอ่านข่าว การอ่านถูกต้องและถูกอักขรวิธี รู้จักเว้นวรรคเว้นช่องไฟ เป็นสิ่งที่สร้างความน่าเชื่อให้เกิดขึ้นในหมู่คนฟังเป็นอย่างมาก

การอ่านสารคดี

เป็นการอ่านประเภทเล่าเรื่อง จุดประสงค์ก็เป็นเพียงการบอกกล่าวให้ความรู้ โดยแฝงความบันเทิงในรูปแบบของการเล่าให้ฟัง น่าติดตาม ผู้อ่านควรอ่านให้เสมือนว่ากำลังเล่าสิ่งที่ตนไปเห็นมา แล้วเก็บมาเล่าให้ผู้อื่นฟัง ผู้อ่านต้องมองเห็นภาพผ่านตัวหนังสือ กล่าวคือต้องจินตนาการไปด้วยนั่นเอง ความรู้สึกย่อมเกิดขึ้น ผู้ฟังก็จะคล้อยตามและเห็นไปตามที่เราได้ยิน ข้อควรระวัง คือ น้ำเสียง อารมณ์ และถ้อยคำต้องไปด้วยกันอย่างสอดคล้องกลมกลืน

การอ่านบทความ

เป็นการอ่านที่ใช้ความพยายามที่จะทำให้ผู้ฟังเกิดความเชื่อมั่นและคล้อยตาม การอ่านบทความนั้นเราจะอ่านอย่างไรก็ได้ เพียงแต่ขอให้ผู้ฟังเชื่อถือและปฏิบัติตามที่เราอ่าน

การอ่านการพูดในรายการเพลง

บางครั้งผู้จัดรายการจะเตรียมต้นฉบับไว้อ่านในรายการหรืออาจจะไม่เตรียมก็ได้ บางครั้งจะใช้การพูดสดแนะนำเพลงและพูดคุยกันไปเรื่อยๆ โดยผู้จัดรายการต้องทำหน้าที่ของผู้สนทนาหรือเพื่อนคุย การพูดคุยควรจะเป็นไปเพื่อความบันเทิงเนื้อหาควรสอดคล้องเข้ากันได้กับเพลงที่เปิด เมื่อจบเพลงควรจะมีความต่อเนื่องระหว่างเสียงเพลงกับการพูดคุย สนทนา การพูดแนะนำเพลง บอกชื่อเพลง ผู้ร้อง ผู้แต่ง เป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่ง เว้นไว้แต่เพลงนั้นจะเป็นที่นิยมกันมากจนเปิดบ่อยๆครั้งและผู้จัดเคยก็บอกไปแล้ว การพูดเปิดรายการจะไม่มีรูปแบบที่แน่นอน ควรเปิดรายการด้วยความหลากหลายไม่ซ้ำกัน เปิดรายการด้วยความสุภาพ แนะนำชื่อผู้ดำเนินรายการ ชื่อรายการ สถานี เวลา การพูดเข้าเพลงจะพูดเข้าเพลงด้วยความหลากหลาย ที่มาจากข้อมูลในเนื้อหาของเพลง จากเนื้อหาสาระของข่าวสาร มีความนุ่มนวล น้ำเสียงผู้ดำเนินรายการจะต้องเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ควรเลียนแบบคนอื่น ไม่พูดทับเนื้อร้อง

องค์ประกอบในการผลิตรายการวิทยุ

1.ผู้ฟัง

กลุ่มผู้ฟังที่เป็นเป้าหมายของนักจัดรายการวิทยุแต่ละคนไม่เหมือนกัน อยู่ที่นักจัดรายการวิทยุจะผลิตรายการออกมา เน้นกลุ่มผู้ฟังเป็นใคร เช่น กลุ่มผู้ฟังวัยทำงาน วัยรุ่น ประชาชนทั่วไป และอาจมองให้ลึกลงไปอีกอาจเป็น เพศ อายุ อาชีพ ได้อีกด้วย

2.เนื้อหา

เนื้อหาการนำเสนอควรสอดคล้องกับกลุ่มผู้ฟัง เราอาจพิจารณาถึงระดับการศึกษา แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ ระดับการศึกษาสูง ระดับการศึกษาปานกลาง และระดับการศึกษาต่ำ

3.วิธีการนำเสนอ
  1.     ภาษาพูด ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย อักขระภาษาไทย ถูกต้อง ชัดเจน
  2.     ลีลาการพูด ไม่ควรพูดเหมือนท่องจำ หรืออ่านหนังสือ น้ำเสียงแสดงความจริงใจ ไม่ดูถูกผู้ฟังหรือคิดว่าผู้ฟังรู้ไม่เท่าตนเอง
  3.     เพลงประกอบ จะช่วยให้รายการน่าฟัง น่าติดตาม ที่นิยมกันก็คือสาระสลับด้วยเพลง รายการที่เป็นสาระอย่างเดียวทำให้ผู้ฟังเกิดความเบื่อหน่าย จึงควรสลับด้วยเพลง แต่ไม่ควรพูด ทับเพลง ภาษาวิทยุเรียกว่า พูดผ่าเพลง
4.เวลาออกอากาศ

เป็นตัวที่กำหนดให้ผลิตรายการรูปแบบใดได้บ้าง ควรค้นหาให้ได้ว่า เวลาใดจะเหมาะกับผู้ฟังกลุ่มเป้าหมายใด ( เทคนิคนี้สำคัญมาก เรตติ้งจะพุ่งหรือไม่ต้องจัดเวลาให้ดี )

5.การประเมินผล

ความสำเร็จของการจัดรายการวิทยุขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ฟัง ผู้จัดรายการวิทยุจึงจำเป็นต้องรู้จักประเมินผลรายการของตนเอง ( บ้างก็ประเมินจากจดหมายหรือ SMS ) ทุกสถานีวิทยุจะกำหนด Block Station หมายถึง รายการถูกกำหนดไว้ตามนโนบายหรือกำหนดกิจกรรมประจำวันของสถานี ( ตารางการออกอากาศ )

  1. กลุ่มผู้ฟังวัยทำงาน ฟังรายการวิทยุขณะที่ทำงานไปด้วย
  2. กลุ่มผู้ฟังวัยรุ่น ต้องนำเสนอรายการโดยใช้ภาษาเดียวกับวัยรุ่น เพื่อให้เกิดความใกล้ชิด ต้องเจาะให้ได้ว่า ช่วงเวลานั้นๆ วัยรุ่นกำลังให้ความสนใจเรื่องใดอยู่
  3. เจาะกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่น การใช้ภาษา ประเด็นการนำเสนอ
  4. สร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้จัดการรายการในสายตาผู้ฟัง ผู้ฟังจะเชื่อมั่นในตัวเราและเนื้อหาที่เรานำเสนอ
  5. Concept ทำรายการให้โดนใจผู้ฟัง หรือกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการนำเสนอ เช่น กลุ่มเกษตรกร จะอยู่ในวัยผู้ใหญ่ ควรใช้เพลงประเภทใด ลูกทุ่ง ลูกกรุง จะทำอย่างไรให้รายการของเรา”เด้งหน้าปัด” เพราะวิทยุสื่อสารกับผู้ฟังด้วยเสียง คือฟังแล้วไม่น่าเบื่อ
  6. รูปแบบเพลงที่เรานำเสนอ เลือกเพลงให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย และเหมาะสมกับรายการ เพราะการจัดรายการ เราต้องนำรายการและพาผู้ฟังไปให้ถึงจุดหมาย สิ่งที่สำคัญเราชอบเพลงแนวไหน ลูกทุ่ง ลูกกรุง สตริง เพื่อชีวิต และอื่นๆ ผู้จัดควรที่จะมีความรู้เรื่องเพลงบ้าง ความหมายของเพลง ชื่อนักร้อง เพลงไหนที่กำลังได้รับความนิยม เดี๋ยวนี้ชื่อเพลงยาวๆ กำลังได้รับความนิยม เช่น ไม่มีเธอจะบอกรักใคร ไม่ใช้แฟนทำแทนไม่ได้ อยากเป็นคนรักไม่อยากเป็นชู้ ฝันยังไกลใจยังหนาว รู้ว่าเขาหมดใจทำไมยังรักเหลือเกิน ฉายานักร้อง ก็ควรรู้ เช่น สาวดอกหญ้า หมายถึง ต่าย อรทัย นักร้องขวัญใจกรรมกร หมายถึง ไมค์ ภิรมย์พร ประวัติเล็กๆน้อยๆ ของนักร้อง และควรติดตามเพลงที่ออกมาใหม่เสมอ เพื่อนำมาเสนอผู้ฟัง หากเราเปิดเพลงเดิมๆ นาน ผู้ฟังจะเบื่อ
  7. เนื้อหา (Content) ในการนำเสนอ เรื่องอะไร น่าสนใจหรือไม่ กลุ่มเป้าหมายกำลังให้ความสนใจเรื่องอะไร
  8. การกำหนดชื่อรายการ และรูปแบบรายการ จะเป็นเทคนิคดึงให้ผู้ฟังให้ฟังรายการ ของเรา
  9. การพูดให้ออกเสียงเต็มที่ ไม่ใช่ตะโกน พูดอย่างมั่นใจ ยิ้มเสมอเมื่ออยู่หน้าไมค์ (ยิ้มกับไมค์) สั้น กระชับ จริงใจและเป็นกันเอง
  10. จัดลำดับเสียงให้สม่ำเสมอ ไม่พูดทับเพลงที่มีเนื้อร้อง ต้องกะจังหวะให้ดี
  11. เสียงที่ควรปรากฏอยู่ในวิทยุกระจายเสียงมี 3 เสียง ได้แก่ เสียงคนต้อง 100% ส่วนเสียงดนตรีต้องไม่ดังกว่าเสียงคน และเสียงประกอบ (Effect) ที่คนสร้างขึ้นมาต้องไม่ดังกว่าเสียงคน
  12. Voice Caracter บุคลิกของเสียงผู้ดำเนินรายการ เสียงมีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้ผู้ฟังติดรายการของเรา นอกจากวิธีการนำเสนอ และเสียงต้องเข้ากับรูปแบบรายการ มากกว่า 80% ผู้จัดการรายการวิทยุที่มีน้ำเสียงดี เสียงไพเราะ คนฟังติด มักไม่หล่อ ไม่สวย นักจัดรายการจึงมักจะไม่ค่อย เปิดเผยตัวจริง
  13. ต้องมีการพัฒนาบุคลิกภาพตัวเองของผู้ดำเนินรายการ สร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ
  14. ต้องมีการวิเคราะห์รายการเพื่อนำไปสู่การพัฒนารายการให้ดีขึ้น
  15. เปรียบเทียบรายการกับรายการอื่น ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงรายการ มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อเปลี่ยนมุมมอง
  16. การเปิดสายหน้าไมค์ ไม่ควรเปิดให้ผู้ฟังคนใดคนหนึ่งนานเกินไป เพราะหากมีการสนทนากันแค่ 2 คนจะกลายเป็นว่าเราทิ้งคนฟังคนอื่นไปแล้ว หากผู้ฟังพูดมากไป พูดไม่ตรงประเด็น พูดน้อยเกินไป ผู้ดำเนินรายการต้องตัดสายด้วยความสุภาพ รวมถึงการแก้ปัญหาอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในขณะจัดรายการด้วย
  17. การทำเสียงแปลกๆในรายการ เช่น โถ…….,อ๋อ…เหรอ,มิน่าหละ… หรือเสียงดนตรีเป็นการเติมสีสันของรายการให้น่าฟัง เพื่อดึงความสนใจของผู้ฟัง
  18. การขานชื่อรายการ ชื่อสถานี ชื่อผู้ดาเนินรายการบ่อยๆ เป็นการประชาสัมพันธ์สถานี รายการของเราไปในตัว
  19. วิธีการนำเสนอในการจัดรายการ คำพูดต้องสั้น กระชับ

รูปแบบและเทคนิคการจัดรายการวิทยุ

1.หัวใจของการเป็นนักจัดรายการวิทยุ สิ่งที่สำคัญต้องถามตัวเองว่า รัก ชอบที่จะเป็นนักจัดรายการหรือไม่ บางคนชอบเฉพาะช่วงแรก แต่ต่อมาไม่ยากเป็น ไม่ยากทำ เนื่องจาก ต้องมีความรับผิดชอบสูง ตรงต่อเวลา การเตรียมตัวก่อนออกอากาศ เนื้อหา สาระ วันหยุดของเราแต่วิทยุไม่ได้หยุดออกอากาศทุกวัน หากเรามีความรัก ความชอบที่จะเป็นนักจัดรายการวิทยุแล้ว เหล่านั้นก็จะไม่ใช่ปัญหา นักจัดรายการวิทยุควรเป็นนักเล่าเรื่อง นักขายฝัน การมีส่วนร่วมของผู้ฟัง เราต้องพูดอยู่ในห้องส่งเพียงคนเดียว ยิ้มคนเดียว ยิ้มกับไมค์ บางคนบอกว่าเหมือนคนบ้าก็ตามที จึงต้องจินตนาการว่ามีผู้ฟังอยู่ต่อหน้าเราจ้องมองเราอยู่

2.จัดรายการให้ประสบความสำเร็จ

2.1 รู้จักตนเอง

  •      จิตใจใฝ่รู้ แสวงหาความรู้มาพูดคุยกับผู้ฟัง
  •      รวดเร็วกับข้อมูลข่าวสาร ควรติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง โดยเฉพาะในพื้นที่หรือในชุมชนนั้นๆ แล้วนำมาบอกกล่าว สิ่งที่สำคัญต้องตรวจสอบก่อนข่าวสารที่เราได้มา เป็นเรื่องจริง เพราะเมื่อออกอากาศไปแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ อาจเกิดความเสียหายกับผู้จัดหรือสถานีวิทยุ
  •      ใจกว้างเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
  •      มีหลักการ มีเหตุผล จิตใจมั่นคง
  •      มีความอดทนต่อแรงกดดันต่างๆ
  •      สนใจการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  •      มีความทันสมัย มีวิสัยทัศน์
  •      มีความสามารถในการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง

2.2 รู้จักหน้าที่

  •      ให้ข่าวสาร รายการข่าว ประกาศประชาสัมพันธ์ต่างๆ ในขณะที่เราจัดรายการวิทยุ อาจมีการขอความร่วมมือประกาศข่าวด่วน หรือประชาสัมพันธ์งาน เรื่องราวที่สำคัญเร่งด่วน ควรให้ความร่วมมือโดยไม่เกี่ยงงอน
  •      ให้ความรู้ สาระ บทความ สัมภาษณ์
  •      ให้ความบันเทิง เพลง ละคร ตลก
  •      ให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ (การจูงใจ โน้มน้าว)

3.รายการและประเด็นที่ควรมุ่งเน้น

  •      วัฒนธรรมท้องถิ่น
  •      อาชีพ ทักษะ งานฝีมือ
  •      สุขภาพ
  •      ครอบครัว
  •      สตรี เด็ก ผู้สูงอายุ
  •      ศาสนา จริยธรรม
  •      ภูมิปัญญาท้องถิ่น

4.รายการที่ควรหลีกเลี่ยง

  •      ลบหลู่สถาบันสำคัญทางสังคม
  •      ยุยงให้เกิดความแตกแยก
  •      ยั่วยุในทางที่ผิดศีลธรรม
  •      ขัดต่อกฎหมาย จารีต ประเพณี
  •      ไม่รับผิดชอบต่อสังคม และค่านิยมที่ดี
  •      มุ่งเน้นการโฆษณา
การลดความประหม่าก่อนจัดรายการวิทยุ

นักจัดรายการวิทยุเกือบทุกคนเมื่อจัดรายการวิทยุครั้งแรก ย่อมมีความประหม่าแน่นอน ไม่ว่าคนนั้นจะพูดเก่งแค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อต้องมาพูดในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆคนเดียว บางคนก็พูดไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้น คนที่จะเป็นนักจัดรายการวิทยุที่ดีจึงไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่พูดเก่งเสมอไป

อาการที่เกิดจากความประหม่า
  •      ลืมเรื่องที่พูด
  •      ปากสั่น มือสั่น เสียงสั่น ขาสั่น(ถึงแม้จะนั่งก็ตาม)
  •      พูดเร็ว หรือช้ากว่าปกติ
  •      หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมากผิดปกติ ทั้งที่อยู่ในห้องแอร์
สาเหตุของความประหม่า
  •      เตรียมตัวไม่พร้อม
  •      ขาดความเชื่อมั่น มีผลทาให้เกิดความกลัว
  •      กลัวผู้ฟังไม่รู้เรื่อง
  •      กลัวตัวเอง จำเรื่องไม่ได้ พูดผิด ภาษา
การลดความประหม่า ตื่นเต้น
  •      เตรียมเรื่องและเอกสารประกอบการพูดล่วงหน้าให้ดีที่สุด
  •      ซ้อมพูดดังๆ ก่อนเข้ารายการ
  •      มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่อยู่กับที่
  •      หายใจลึกๆ และกลั้นไว้สักครู่
  •      เตรียมจดข้อมูล/ตัวเลขสำคัญๆ ไว้ล่วงหน้า
  •      คิดว่าคนฟังคือ พวกเราทั้งนั้น
การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดอาการประหม่าก่อนเข้ารายการ
  •      หายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อน 3-4 ครั้ง
  •      บีบมือสักครู่แล้วค่อยๆ เอามือออก

ดังนั้น การเป็นนักจัดรายการวิทยุที่ดีไม่ใช่เรื่องยาก เกินความสามารถ แต่ก่อนที่จะเป็นนักจัดรายการวิทยุ ต้องถามตัวเองก่อนว่า มีใจรัก มีความชอบที่จะเป็นหรือไม่ ตรงนี้คือคำตอบแรก จากนั้นก็เป็นการฝึกฝนเทคนิคต่างๆตามที่กล่าวมาแล้ว

One Comment

  1. แก้ม

    ขอบคุณ สำหรับ เนื้อหานี้ค่ะ
    พอดี หัดเป็นนักจัดรายการวิทยุมือใหม่
    มีปัญหาตรงน้ำเสียงเวลาพูดเสียงจะเสมอกันหมดหาเอกลัษณ์ความเป็นตัวเองยังไม่เจอ เวลาพูดยังตะกุกตะกัก ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

  • เสียงจากพยัคฆภูมิFM.91.25MHz